เค้กดอกไม้บัตเตอร์ครีม

เค้กดอกไม้แบบบีบครีมทานได้ทั้งก้อนดีกว่าเค้กที่ใช้ดอกไม้สดอย่างไร

ความนิยมของเค้กตกแต่งดอกไม้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่หนึ่งในข้อถกเถียงสำคัญคือการเลือกระหว่าง “เค้กดอกไม้บีบครีม” กับ “เค้กแต่งดอกไม้สด” หากมองในแง่ความคุ้มค่า ความปลอดภัย และสุนทรียภาพในการรับประทาน เค้กดอกไม้ที่บีบจากครีมและทานได้ทั้งก้อนมีจุดเด่นที่เหนือกว่าในหลายมิติ

1. ความปลอดภัยและสุขอนามัย 100% ดอกไม้สดส่วนใหญ่ปลูกเพื่อความสวยงาม จึงมักผ่านการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือปุ๋ยเคมี แม้จะมีการห่อก้านก่อนปักลงบนเนื้อเค้ก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องสิ่งปนเปื้อน เกสรที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือแบคทีเรียจากดิน ต่างจาก เค้กดอกไม้บีบครีม ที่ทำจากวัตถุดิบประกอบอาหารทั้งหมด (Food-grade) จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง และทานได้ทุกส่วนโดยไม่ต้องกังวล

2. ประสบการณ์การทานที่ต่อเนื่องและสมบูรณ์แบบ การตัดเค้กดอกไม้สดจำเป็นต้องหยิบดอกไม้ออกทีละดอก ทำให้เสียเวลาและสะดุดจังหวะแห่งความสุข อีกทั้งยังเหลือขยะชิ้นโตบนจาน ต่างจากเค้กบีบครีมที่คุณสามารถตัด แบ่ง และส่งเข้าปากได้ทันที ให้สัมผัสเนียนนุ่มของเนื้อครีมผสมผสานกับตัวเค้กได้อย่างลงตัวในทุกคำ

3. ความทนทานและการคงรูป ดอกไม้สดเหี่ยวเฉาได้ง่ายเมื่อเจออากาศร้อน ช้ำง่ายจากการขนส่ง และก้านดอกอาจทำให้น้ำหวานหรือกลิ่นของดอกไม้หลุดลงไปเปลี่ยนรสชาติเค้ก ขณะที่ดอกไม้บีบครีม (ไม่ว่าจะเป็นบัตเตอร์ครีมหรืออาลัว) มีความแข็งแรง คงรูปทรงและสีสันที่สดใสได้ยาวนานกว่า ไม่ว่าจะจัดงานกลางแจ้งหรือใช้เวลาขนส่งนาน ก็ยังสวยงามสมบูรณ์แบบจนถึงเวลาตัด

4. อิสระในการออกแบบและโทนสี ธรรมชาติของดอกไม้สดมีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล สีสัน และขนาด แต่เทคนิคการบีบครีมช่วยให้ช่างทำเค้กสร้างสรรค์ดอกไม้ได้ทุกสายพันธุ์ตามจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นการไล่เฉดสีพาสเทล สีคัสตอมตามธีมงาน หรือการปรับขนาดดอกไม้ให้สมดุลกับตัวเค้กได้อย่างปราณีตไร้ขีดจำกัด

ประเด็นเปรียบเทียบ เค้กดอกไม้บีบครีม (ทานได้ทั้งก้อน) เค้กแต่งดอกไม้สด
ความปลอดภัย ไร้สารเคมี ทานได้ปลอดภัย 100% มีเสี่ยงจากยาฆ่าแมลงและแบคทีเรีย
ความสะดวกในการทาน ตัดแล้วทานได้ทันที ไม่เหลือขยะ ต้องเสียเวลาดึงดอกไม้ออกก่อนทาน
ความคงทน ไม่เหี่ยวเฉา ทนสภาพอากาศได้ดีกว่า ช้ำและเหี่ยวเฉาได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน
ความคุมโทนสี/ดีไซน์ ผสมสีและปรับขนาดได้ตามสั่งทุกแบบ จำกัดตามสายพันธุ์และฤดูกาลของดอกไม้

เค้กดอกไม้บีบครีมจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารหวาน แต่เป็นงานศิลปะที่กินได้ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความสวยงามน่าประทับใจและความสบายใจในทุกคำที่รับประทาน

เค้กทำให้ใครมีความสุขอย่างไรบ้าง และคุณค่าที่แท้จริงของเค้กคืออะไร?

 

หากจะพูดถึง “เค้ก” ในมุมที่มากกว่าแค่แป้ง นม และน้ำตาล เราจะพบว่ามันเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีพลังในการเปลี่ยนบรรยากาศได้อย่างน่าทึ่งมากๆเลยค่ะ และนี่คือมุมมองเกี่ยวกับความสุขและคุณค่าที่แท้จริงของเค้กที่ร้าน 119mori นะคะ :

1. เค้กทำให้ใครมีความสุขอย่างไร?

เค้กทำหน้าที่เป็น “สื่อกลาง” ของอารมณ์ในหลายระดับมากๆ ค่ะ:
1.1  ผู้ให้ (Giver): เค้กคือตัวแทนของความใส่ใจ การเลือกสรรรสชาติหรือการสั่งทำหน้าเค้กพิเศษ เป็นการแสดงออกถึงความรักและการเห็นคุณค่าในตัวผู้รับโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ เลยจ้า
1.2 ผู้รับ (Receiver): การได้รับเค้กมักเชื่อมโยงกับ “การถูกจดจำได้” (Being recognized) ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหรืองานฉลอง ที่สำคัญความสุขไม่ได้มาจากรสหวานเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษในขณะนั้นด้วยค่ะ
1.3 คนรอบข้าง (The Community): เค้กมีพลังในการ “รวมกลุ่ม” เมื่อเค้กถูกวางตรงกลาง ผู้คนจะขยับเข้ามาใกล้กันเพื่อร่วมยินดี และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาและเสียงหัวเราะ
1.4 เด็กๆ: สำหรับเด็ก เค้กคือ “ความมหัศจรรย์” ทั้งสีสัน รูปทรง และความตื่นเต้นที่จะได้เป่าเทียน มันคือความสุขบริสุทธิ์ที่สร้างความทรงจำในวัยเยาว์มากๆเลยค่ะ

 

2. คุณค่าที่แท้จริงของเค้กคืออะไร?

ถ้าเรากะเทาะเปลือกนอกที่เป็นครีมและแป้งออกไป คุณค่าที่แท้จริงของเค้กประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:

2.1 การเฉลิมฉลองความเป็นมนุษย์ (Celebration of Life)
เค้กถูกใช้เพื่อทำเครื่องหมายให้กับ “หมุดหมาย” ของชีวิต (Milestones) ตั้งแต่เกิด แต่งงาน ไปจนถึงความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ คุณค่าของมันคือการบอกว่า “เรื่องนี้สำคัญนะ และเราควรหยุดพักเพื่อยินดีกับมัน”

2.2 การเยียวยาทางอารมณ์ (Emotional Comfort)
ในเชิงชีวภาพ น้ำตาลส่งผลต่อการหลั่งสารโดพามีน แต่ในเชิงจิตวิทยา เค้กคือสัญลักษณ์ของ “การให้รางวัลตัวเอง” (Self-reward) มันคือการอนุญาตให้ตัวเองได้ดื่มด่ำกับความสุนทรีย์ท่ามกลางความเหนื่อยล้า

2.3 ศิลปะที่กินได้ (Edible Art)
เค้กคือจุดตัดระหว่าง ศาสตร์ (วิทยาศาสตร์การอบ) และ ศิลป์ (การตกแต่ง) คุณค่าของมันอยู่ที่ความประณีต ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามและเวลาที่เชฟหรือคนทำทุ่มเทลงไปเพื่อสร้างความประทับใจเพียงไม่กี่นาทีก่อนจะถูกรับประทาน

 

สรุป : คุณค่าที่แท้จริงของเค้กไม่ใช่แคลอรี แต่มันคือ “ความทรงจำและสายสัมพันธ์” ที่เกิดขึ้นในขณะที่เค้กถูกตัดแบ่งเพื่อทำการแบ่งปันนั่นเองจ้า

 

119mori: เค้กวันเกิดที่สร้างความทรงจำ หอมอร่อยตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย… เพราะความสุขไม่ได้จบลงแค่ 3 คำแรก ^_^เข้าดูรายการเค้ก 119mori

 

 

Nappage คืออะไร?

  • Nappage คืออะไร?

เป็นเยลลี่เหลวที่มีพื้นฐานมาจากแยมแอปริคอทหรือเยลลี่ลูกเกดแดงที่ผ่านการร่อนอย่างประณีต และส่วนใหญ่ทำโดยการเติมสารก่อเจลเจลาติน มีทั้งแบบไม่มีสี โปร่งใส แต่หากต้องการสีทอง หรือสีแดง สามารถผสมสี หรือเพียวเร่ผลไม้ต่างแล้วใช้เครื่องเบลน์ให้เนียนได้ โดยสามารถใช้กับทาร์ตผลไม้ บาบา ซาบาริน และเค้กต่างๆ เพื่อให้พื้นผิวเรียบและเงางาม นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันออกซิเดชันของผลไม้หรือทำให้พื้นผิวของขนมแห้ง

  • ทำอย่างไร?
    • น้ำตาล 100 กรัม
    • น้ำเปล่า 50 กรัม
    • น้ำเชื่อมแป้ง 140 กรัม (หรือกลูโคส)
    • เจลาติน 8 กรัม น้ำมะนาว น้ำแอปริคอท น้ำแครนเบอร์รี่ …. 10~15g (ตามชอบ)
  • ขั้นตอนการทำ

1. เติมน้ำ น้ำตาล และน้ำเชื่อมแป้ง แล้วต้มให้เดือดที่ 105C (221F)
2. หลังจากเติมน้ำให้เติมเจลาตินที่ละลายแล้วและน้ำผลไม้แล้วผสม
3. แช่เย็น

 

การผสมนำมาใช้กับเพียวเร่

  • Raspberry puree …50g
  • Nappage … 100g

 

Bake cheesecake with strawberry season lasts

***RECIPE*** Now is the time to bake cheesecake while strawberry season lasts. A super simple version!!!
Ingredients for a 20 cm diameter cake:

  • 160 g biscuits (I used oat biscuits, but you can really use any)
  • 45 g melted butter
  • 270 g cream cheese
  • 60 g sugar
  • 10 g flour
  • 55 g sour cream
  • 90 g eggs


The biscuits are crushed and mixed with the melted butter. Press into the cake tin, so that it is on the side and put. Cool in the fridge for half an hour and then bake in the oven at 170 degrees for 7 minutes, then let it cool.
Mix the ingredients for the cream in a large bowl. It is worth working with a machine to get a nice smooth cream, but do not foam it. Pour the cream onto the biscuit base and bake at 165 degrees for approx. 30 minutes.
Let the baked cake cool and in the meantime prepare the strawberry jelly.

  • 200 g strawberry puree
  • 130 g diced strawberries
  • 5 g lemon juice
  • 10 mint leaves
  • 30 g sugar
  • 5 g pectin
  • 2 g gelatin
  • 10 g water


Soak the gelatin in cold water. Heat the puree with the lemon juice and add the mint leaves. Mix with a hand blender and pour the sugar-pectin mixture into the warm puree. Boil for two minutes and dissolve the soaked gelatin in it. Pour over the cake and put in the refrigerator to set. Decorate the top with fresh strawberry slices.

ทาร์ตสตรอเบอร์รี่ช็อคโกแลตนามะ🍓

[ส่วนผสม 4 อย่าง!] –
ทำง่ายเพียงละลายทุกอย่างในไมโครเวฟแล้วผสมให้เข้ากัน “ทาร์ตสตรอเบอร์รี่ช็อคโกแลตนามะ” 🍓
ง่ายๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้โคตรฟิน 😋

▶สูตรทาร์ตสตรอเบอร์รี่ช็อคโกแลตนามะ🍓
✔️ช็อคโกแลต 200กรัม
คราวนี้เราใช้เป็น Daito Cacao Couverture Sweet ค่ะ
✔️วิปปิ้งครีม(ครีมสด) 120กรัม (แนะนำ 35%)
วิปปิ้งครีมคือครีมสด ไม่ใช่วิปครีมที่ตีขึ้นฟูนะคะ
✔️ทาร์ตที่ซื้อตามร้าน
เราซื้อที่ Ribbon Foods  ยี่ห้อ tart__laboratory
ฉันใช้ “Cookie Torte No. 5” 🎀