Posts by admin
Carrot Cake Cupcakes with Cream Cheese Frosting 🥕🧁🐰🥕
Carrot Cake Cupcakes with Cream Cheese Frosting 🥕🧁🐰🥕
[Cake Sheet] – fits one 6” round cake pan
- 120g Egg
- 90g (unrefined)Brown sugar
- 96g Vegetable oil
- 110g Cake flour
- 20g Almond flour
- 1g Salt
- 4g Baking powder
- 2g Baking soda
- 2g Cinnamon powder
- A pinch of nutmeg powder(optional)
- 120g Finely chopped carrot
- 30g Roasted pecan
[Cream Cheese Frosting]
- 190g Cream cheese
- 30g Unsalted butter
- 20g Sugar
- 15g Condensed milk
- 115g Heavy cream
- 45g Mascarpone cheese
[Carrot Mazipan]
- 100g Almond powder
- 60g Sugar powder
- 30g Egg white
- Food colorings
Strawberry Calpis Jelly
Strawberries 🍓 are coming to an end,
It’s cheaper!
(Some places don’t change that much 🙏)
Cheap strawberries 🍓
And you can freeze it too 🍓🤗
Cause I want that ice cream in the summer😏
And before 😆
Can’t forget this one too 🤣
To everyone who made it last year
Thank you so much 😊🍓
Just mix it in easy
I make delicious sweets 🍓
Strawberry Calpis Jelly
- *8g powdered gelatin
- cold water 30g
Gelatin in cold water
Swing in and keep at least 15 minutes
*strawberry 200g+ 2 〜3 pieces for decorating
Take the blade and put it in a bowl
Crush with a fork
☆Calpis Raw Liquid 100cc
☆milk 50cc
☆Water 200cc
Top ☆ into a bowl of strawberries
I can get in
No wrap fuzzy gelatin
600W for about 50 seconds to 1 minute
Putting in a bowl of strawberries
Add 1 small lemon juice to your liking
It’s refreshing to put in!
It’s OK if you don’t!
Pour into glasses and other things to cool down.
When you don’t have a glass, make it big
With a scop type🙆 (5th pic)
Finishing touches!
Freeze-dried fruit ผลไม้ฟรีซดราย ประโยชน์มีมาก คุณค่าทางอาหารคบ
Freeze-dried fruit เป็นการแปรรูปอาหารที่ค่อนข้างสมบูรณ์ วัตถุประสงค์คือเพื่อที่จะทำให้อาหารนั้นๆ อยู่ในสภาพที่คล้ายของเดิมมากที่สุด ทั้งรสชาด และ กลิ่น
วิธีการที่เขาเอามาแช่เยือกแข็ง (ยิ่งกว่าแช่แข็ง) แบบกระทันหัน ทำให้รสชาด หรือสารอาหาร อายุของอาหาร แม้กระทั่งกลิ่น ก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่า -40 องศา แล้วเอาเข้าเครื่องที่ดูดเอาความชื้นออกจากอาหารให้หมด
ดังนั้นผลคือ…อาหารจะแห้ง และ กรอบ!!!
และถ้าเอาออกมาทิ้งไว้ที่อุณหภูมิปกตินั้นความชื้นในอาการจะทำให้อาหาร Freeze Dried นั้นนิ่มลง คือการที่ความชื้นในอากาศเข้าไปทดแทน…แต่กลิ่น, รสชาด, ยังอยู่ครับ
ประโยชน์ของผลไม้ฟรีซดราย Freeze-dried fruit
ผลไม้ฟรีซดราย ประโยชน์ที่มีมากกว่าที่คุณคิด โดยผลไม้จะถูกทำให้แข็งด้วยความเย็นแต่ก็ไม่ได้ลดคุณประโยชน์ของผลไม้ลงเลย นอกจากคุณประโยชน์และสารอาหารยังอยู่ครบถ้วน
- รักษาคุณภาพ มีสีใกล้เคียงกับผลไม้สดการฟรีซดนำไปลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณภาพสีของผลไม้ยังคงดีไม่มีเนาเสีย รู้สึกเหมือนกินผลไม้สด
- รักษาสารอาหารเทียบเท่ากับผลไม้สด ถึงแม้จะมีการถนอมอาหารโดยการทำให้แข็งด้วยความเย็นแต่ผลไม้ฟรีซดราย ประโยชน์ยังมีเทียบเท่ากับผลไม้สดรักษาคุณภาพสารอาหารได้ดี ยังเป็นผลไม้ที่กินแล้วไม่อ้วน
- เก็บในอุณหภูมิห้องมากกว่านานกว่า 20 ปี สิ่งที่ดีของ Freeze Dried คือการเก็บไว้ได้ยาวนานกว่า โดยผลไม้ไม่เสียสามารถเก็บไว้ได้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ต้องแช่เย็นได้มากกว่า 20-30 ปี
- รสชาติดี กินง่ายกว่าผลไม้สด ใครที่ไม่ชอบกินผลไม้สด เพราะความเปรี้ยว ฝาด ไม่ถูกปากลองกินผลไม้ฟรีซดราย ที่รับรองว่ากินง่ายกว่า รสชาติดีกว่าผลไม้สด กลิ่นอ่อนกว่า รสชาติอ่อนกว่า และยังท่านง่ายกว่า เหมาะสำหรับคนชอบกินผลไม้ หรือไม่ชอบกลิ่นแรง ๆ
แหล่งที่มาของข้อมูลและรูปภาพ : https://promotions.co.th
Pantip คุณสมาชิกหมายเลข 1085247 : https://pantip.com/topic/32777090
หลักการทานดาร์กช็อกโกแลตและสุขภาพ
ช็อกโกแลตมีมาตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยนั้น ชาวมายาจากอเมริกากลาง ซึ่งเป็นผู้ชื่นชอบช็อกโกแลตกลุ่มแรก
ดื่มช็อกโกแลตเป็นเครื่องดื่มหมักรสขมผสมกับเครื่องเทศหรือไวน์ แต่ปัจจุบัน ช็อกโกแลตที่มีรูปร่างทรงต่างๆ ที่วางเรียงรายขายกันใน Supermarket ที่เราเห็นนั้นคือผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายจากขั้นตอนต่างๆ เพราะทุกอย่างล้วนเริ่มต้นจากเมล็ดโกโก้ที่มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของเรา เมล็ดโกโก้จะถูกแยกออกจากฝัก หมัก ตากแห้ง และคั่วจนได้สิ่งที่เราเรียกว่าเมล็ดโกโก้ จากนั้นจึงแยกเปลือกของเมล็ดโกโก้ออกจากเนื้อหรือเมล็ดโกโก้ จากนั้นก็บดเมล็ดโกโก้ให้เป็นของเหลวที่เรียกว่าเหล้าช็อกโกแลต และแยกออกจากส่วนที่มีไขมันหรือเนยโกโก้ จากนั้นจึงกลั่นเหล้าโกโก้ให้บริสุทธิ์อีกครั้งเพื่อผลิตโกโก้และช็อกโกแลตที่เรารับประทาน หลังจากแยกเมล็ดโกโก้ออกแล้ว เมล็ดโกโก้จะถูกบดให้เป็นผงโกโก้ที่ใช้ในการอบหรือเครื่องดื่ม
- ดาร์กช็อกโกแลตประกอบด้วยโกโก้ เนยโกโก้ และน้ำตาล 50-90%
- ในขณะที่ช็อกโกแลตนมประกอบด้วยโกโก้ เนยโกโก้ นม และน้ำตาล 10-50% แม้ว่าดาร์กช็อกโกแลตไม่ควรมีนม แต่ก็อาจจะมีนมปนเปื้อนระหว่างการแปรรูปเนื่องจากมักใช้เครื่องจักรเดียวกันในการผลิตนมและดาร์กช็อกโกแลต
- ช็อกโกแลตผสมอาจเติมเนย น้ำมันพืช สีหรือรสชาติเทียม
- ไวทช็อคโกแลต ไม่มีโกโก้ใดๆ และทำมาจากเนยโกโก้ น้ำตาล และนมเท่านั้น
ดาร์กช็อกโกแลต ผลิตจากเมล็ดโกโก้เช่นเดียวกับช็อกโกแลตประเภทอื่น แต่ต่างกันตรงที่มีสัดส่วนของปริมาณโกโก้ที่สูงกว่า ดาร์กช็อกโกแลตที่วางขายส่วนใหญ่จะมีเปอร์เซ็นต์ของผงโกโก้ ดังนี้
- ผงโกโก้ 50%: มีรสชาติทานแล้วยังมีรสหวาน
- ผงโกโก้ 70%: มีรสชาติขมขึ้นมาเล็กน้อย ผู้ที่ดื่มกาแฟดำ 100% ปริมาณโกโก้เท่านี้สามารถทานได้
- ผงโกโก้ 80%: รสชาติขม นิยมเอาไปทำขนม อาหาร หรือใส่ในเครื่องดื่มมากกว่า
- ผงโกโก้ 90%: รสชาติขมมาก และมีรสเปรี้ยวที่ติดปาก
ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต
- มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบ ลดการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งหลายการศึกษาพบว่าสารโพลีฟีนอลจะช่วยเสริมให้หลอดเลือดแข็งแรง มีส่วนช่วยเพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิด HDL ซึ่งช่วยลดการอักเสบและการก่อตัวของลิ่มเลือดได้
- ลดระดับความดันโลหิต การทานดาร์กช็อกโกแลตสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยลดความดันโลหิต ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ป้องกันเส้นเลือดอุดตันและป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว
- ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากดาร์กช็อกโกแลตอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายมากมาย จึงช่วยบำรุงเลือดทำให้เกิดการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น และเป็นการป้องกัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้ไปในตัว
- ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี HDL และลดไขมันไม่ดี LDL ในร่างกาย ใน American Journal of Clinical Nutrition ระบุไว้ว่า ในโกโก้และดาร์กช็อกโกแลตจะมีสารฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอลในดาร์กช็อกโกแลต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีหรือ LDL และเพิ่มคอเลสเตอรอลดีอย่าง HDL ในเลือดได้
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง สารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลต มีฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้ออกซิเจนและเลือดลำเลียงไปสู่สมองได้ดี ทำให้เราจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นไปด้วย
- ช่วยลดความเครียด จากที่มีการศึกษาพบว่า คนที่ทานดาร์กช็อกโกแลตปริมาณ 40 กรัมทุกวันนาน 2 สัปดาห์ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนแห่งความเครียดลดลง เมื่อเทียบกับวันแรกที่เริ่มทาน
แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีประโยชน์กับร่างกาย แต่หากทานในปริมาณที่มากเกินไปก็จะได้รับน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูง ซึ่งส่งผลเสียกับร่างกาย จึงควรทานในปริมาณที่เหมาะสม คือ 20 – 30 กรัม หรือ 1 ชิ้นเล็ก ต่อวัน และควรเลือกช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของโกโก้อย่างน้อย 70 % ขึ้นไปเนื่องจากจะมีส่วนประกอบของน้ำตาลน้อย และมีสารฟลาโวนอยด์สูง
ดาร์กช็อกโกแลตนอกจากจะมีน้ำตาลน้อยกว่าช็อกโกแลตประเภทอื่นแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุต่าง ๆ อีกด้วย เช่น
- ฟลาโวนอยด์
- ธาตุเหล็ก
- ทองแดง
- สังกะสี
- แมกนีเซียม
- ฟอสฟอรัส เป็นต้น
หลักการทานช็อกโกแลต
เนื่องจากรสขมจะเพิ่มขึ้นตามเปอร์เซ็นต์ของโกโก้ที่มากขึ้น ลองหยิบช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ แล้วปล่อยให้ละลายช้าๆ ในปาก เทคนิคนี้อาจให้ประสบการณ์ที่แตกต่างและเป็นที่น่าพึงพอใจมากกว่าการเคี้ยวและกลืนช็อกโกแลตอย่างรวดเร็ว
ข้อควรระวังในการรับประทาน
ยิ่งโกโก้มีเปอร์เซ็นต์สูงเท่าไร รสขมก็จะยิ่งมากขึ้น ปริมาณคาเฟอีนก็จะยิ่งสูง แม้ว่าดาร์กช็อกโกแลตจะมีคาเฟอีนอยู่บ้าง แต่ปริมาณน้อยมากจึงไม่ส่งผลให้นอนไม่หลับหรือใจสั่น
เอกสารอ้างอิง
https://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/food-features/dark-chocolate/
https://www.medparkhospital.com/lifestyles/health-benefits-of-dark-chocolate








